NEW Ultratherapy


ไม่ต้องทนเจ็บจี๊ดเหมือนธูปจี้หน้า ด้วยคลื่น Focus Ultrasound ยกหน้ารุ่นล่า!

 

สาวๆ ผู้นิยมสวยด้วยเทคโนโลยีทั้งหลาย ล้วนคุ้นกันดีกับ Focus Ultrasound (Ulthera) อันขึ้นชื่อเรื่องการยกกระชับผิวหน้าเรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่เข้ามาแทน การผ่าตัดยกกระชับใบหน้าไปเลยค่ะ ทว่าสาวๆ จำนวนไม่น้อยกลับต้องถอยห่าง ด้วยความ ‘กลัว’ ความร้อนจากเจ้าเครื่องโฟกัสอุลตร้าซาวด์ที่เวลาจี้บนใบหน้านั้น แสนแสบร้อน เจ็บจี๊ดๆ เข้าไปถึงกระดูก เหมือนโดนธูปจี้ลงบนใบหน้า จนคนไข้บางคนทนไม่ไหว ต้องถึงกับให้ยาชาหรือยาสลบขณะทำทรีทเมนต์ด้วยเลยทีเดียวค่ะ

จากจุดด้อยนี้ เทคโนโลยี the NEW Ultratherapy จึงถูกพัฒนาขึ้นใหม่ ที่ไม่ทำให้คนไข้รู้สึกเจ็บจี๊ด ไม่ต้องทนแสบทนร้อนอีกต่อไป…

 

ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกับ Ultratherapy แบบเดิมกันก่อนนะคะ โดยคำว่า Ultratherapy เป็นเรียกทางการค้าที่รู้จักติดปากกัน ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็คือ
High Intensity Focus Ultrasound (HIFU) หรือคลื่นเสียงอุลตร้าซาวด์ค่ะ โดยเทคโนโลยีนี้ เป็นการใช้คลื่นเสียงอุลตร้าซาวด์มาบีบให้โฟกัสในระดับความลึกตามที่แพทย์ต้องการ การยิง Focus Ultrasound ในระดับความลึก 3.0mm และ 4.5mm เป็นการกระตุ้นให้เกิดการหดตัวของชั้นพังผืดเหนือกล้ามเนื้อ (SMAS) เพื่อให้เกิดการยกกระชับใบหน้า โดยเป็นการหดตัวของชั้นเนื้อเยื่อชั้นเดียวกับที่หมอศัลยกรรมตกแต่งใช้เย็บดึงหน้า ส่วนการยิง Focus Ultrasound ในระดับความลึก 1.5mm และ 2.0mm เป็นการกระตุ้นให้เกิด การหดตัวของชั้นผิวแท้ (Dermis) และกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินช่วยให้ริ้วรอยต่างๆลดลง ทั้งนี้ cartridge 2.0mm ยังมีการปรับให้มีขนาดเล็กลง สามารถรักษาบริเวณริ้วรอยรอบดวงตาได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วยนะคะ จึงเรียกได้ว่าเป็นการรักษาฟื้นฟูผิวในระดับลึก ทั้งยังไม่ต้องเสี่ยงต่อผลข้างเคียงจากการผ่าตัดด้วยค่ะ

หลังจากทำ Focus Ultrasound แล้วจะเห็นผลประมาณ 20% แต่ผลจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ภายใน 6 เดือน แบบค่อยเป็นค่อยไป จึงดูเป็นธรรมชาติ ค่อยๆ สวยขึ้น ไม่ได้สวยแบบผิดหูผิดตา ทรีทเมนต์นี้จึงเป็นที่โปรดปรานของคนไข้และดาราในวงการบันเทิงหลายๆ คนมาโดยตลอดค่ะ แต่ด้วยความเจ็บความแสบร้อนแบบทนไม่ไหว ทรีทเมนต์ Ultratherapy จึงยังไม่เป็นที่นิยมเท่าไรนัก

แต่ด้วยนวัตกรรมล่าสุด the New Ultratherapy เป็น Focus ultrasound รุ่นใหม่แกะกล่อง ต่างกับของเดิมในแง่ประสิทธิภาพการรักษามากขึ้น ทั้งยังมีหลาย mode การรักษาเพื่อตอบสนองสภาพปัญหาผิวที่แตกต่างกัน โดยปรับรูปแบบพลังงานที่ลงสู่ผิวเป็นแบบ High Peak Power ซึ่งส่งผลให้พลังงานลงสู่ผิวได้มากกว่าและรวดเร็วกว่ารุ่นเดิม จนไม่รู้สึกเจ็บ ทำให้ผิวเนียนกระชับ ลดเลือนริ้วรอยร่องลึกได้ทุกส่วน และยังสามารถ focus เพราะจุดที่ทำการรักษาโดยไม่ส่งผลต่อเนื้อเยื่อใกล้เคียง จึงช่วยลดอาการข้างเคียง หลังการรักษา ลงได้มากขึ้นอีกด้วย โดยผิวหน้าจะไม่ไหม้เบิร์นเป็นรอยบวมแดง ทำทรีทเมนต์เสร็จแล้วสามารถแต่งหน้าใช้ชีวิตตามปกติต่อได้ค่ะ โดยผลการรักษานั้นจะอยู่ได้นาน 1-2 ปี เรียกได้ว่าทั้งดีกว่าเก่า ทั้งคุ้มค่ามากจริงๆ ค่ะ

อย่างไรก็ตาม ผลการรักษาจะอยู่ได้นานแค่ไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการปฏิบัตติตนของคนไข้ด้วยนะคะ ว่าดูแลผิวพรรณของตนเองได้ดีแค่ไหน อย่างเรื่องอาหารการกิน ก็อย่าลืมรับประทาน ผักผลไม้ น้ำเปล่าวันละ 8-10 แก้ว นอนหลับพักผ่อนให้มาก หลีกเลี่ยงความเครียด ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และที่สำคัญต้องหมั่นปกป้องผิวจากแสงแดด โดยทาครีมกันแดดก่อนออก จากบ้านเป็นเวลา 10-15 นาที ด้วยค่ะ