BEAUTY & LIFESTYLE

‘ฝ้า’ รักษาเองได้ แต่ต้องให้ถูกวิธี!

เดือนที่อากาศร้อนจัดอย่างเมษายนทำให้สาวๆ กังวลเรื่องผิวถูกทำร้ายจากแสงแดด โดยเฉพาะผิวหน้า มักเกิดปัญหาฝ้า หรือ Melasma ที่มีลักษณะเป็นแผ่น หรือปื้นสีน้ำตาลเข้ม พบมากสุดบริเวณผิวสัมผัสต่อแสง เช่น โหนกแก้ม สันจมูก หน้าผาก และบริเวณเหนือริมฝีปาก ซึ่งหลายคนยังสงสัยว่า จริงๆ แล้ว ฝ้าเกิดจากอะไรกันแน่ วันนี้เราจะมาดูกันค่ะ

ฝ้าเกิดจากอะไร ?

ฝ้าเกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีที่ทำงานมากผิดปกติ (Melanocyte) ทำให้ผิวบริเวณดังกล่าวมีสีเข้มเป็นปื้น แต่ไม่ได้มีจำนวนเซลล์เมลาโนไซต์มากเหมือนรายที่เป็นกระ (Freckle) ฝ้านั้นยังเกิดได้จากหลายปัจจัย แพทย์จึงยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ส่วนสาวๆ ที่รักการแต่งหน้า หรือบำรุงหน้ามากเกินไปก็เป็นฝ้าได้นะคะ เพราะส่วนผสมต่างๆ ทั้งสารปรุงแต่ง น้ำหอม สารกันเสีย จะทำให้ผิวอักเสบและกระตุ้นเซลล์เมลาโนไซต์ให้ผลิตเม็ดสีเมลานินมากขึ้น

ฝ้าเกิดกับใครได้บ้าง ?

เพศหญิงมักจะเกิดฝ้ามากกว่าเพศชายถึง 9-10 เท่า ซึ่งสัมพันธ์กับระดับฮอร์โมนเพศที่เพิ่มขึ้นค่ะ โดยเห็นชัดเจนมากที่สุดในรายที่ตั้งครรภ์ช่วง 3 เดือนสุดท้าย คุณแม่มักจะเป็นฝ้า หรือมีฝ้าเข้มขึ้นกว่าเดิม เรียกกันว่า The Mask of Pregnancy แต่ส่วนใหญ่จะจางหายไปหลังจากคลอดน้อง เพราะระดับฮอร์โมน เริ่มคืนสู่ภาวะปกตินั่นเอง ส่วนสาวๆ ที่รับประทานยาคุมกำเนิด หรือได้รับฮอร์โมนทดแทนก็เป็นฝ้าได้เช่นกันค่ะ หากต้องการคุมกำเนิดควรปรึกษาสูติ-นรีแพทย์ เพื่อเลือกวิธีคุมกำเนิดวิธีอื่นก็เป็นทางออกที่ดีค่ะ

ฝ้ายังเกิดในสาวๆ ผิวเข้ม อย่างสาวเอเชียด้วยนะคะ รวมถึงละตินอเมริกา อัฟริกันและตะวันออกกลาง โดยเริ่มเป็นช่วงวัยกลางคนมากที่สุด หรือหากมีประวัติ คนในครอบครัวเป็นฝ้า เราก็จะมีโอกาสเป็นฝ้าสูงขึ้นด้วยค่ะ

ป้องกันฝ้าง่ายๆ ด้วยครีมกันแดด

จะเห็นว่าใครๆ ก็เป็นฝ้าได้ เราจึงมีวิธีป้องกันง่ายๆ ค่ะ ก็คือให้ระวังปัจจัยที่จะกระตุ้นให้เกิดฝ้า เช่น หลบเลี่ยงแสงแดดด้วยการกางร่ม หรือสวมหมวกปีกกว้าง ในช่วงเวลา 10.00-14.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่มีค่า UVA กับ UVB สูง และผิวจะถูกทำร้ายมากที่สุด หรือเลือกซื้อครีมกันแดดที่มีค่า SPF30/PA+++ ขึ้นไป สำหรับผู้ที่เป็นฝ้าแนะนำให้ใช้ Physical Sunscreen ที่มี TIO2 หรือ ZNO จะดีกว่าค่ะ เพราะครีมกันแดดชนิดนี้จะสะท้อนแสงแดด ต่างจาก Chemical sunscreen ที่ดูดซับแสงแดด เก็บสะสมความร้อน แล้วไปกระตุ้นให้ฝ้าเข้มขึ้น

Tips
ปริมาณครีมกันแดดที่แนะนำคือ 2 ข้อนิ้วมือ สำหรับทาทั่วใบหน้าและลำคอ ควรทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง หรือหลังจากเล่นน้ำทุกครั้ง เน้นทาใบหน้า ไหล่ ต้นแขน และ หลังส่วนบน ซึ่งโดนแดดมากกว่าบริเวณอื่น 

ควรรักษาฝ้าอย่างไร ?

เรามีวิธีรักษาฝ้า 2 วิธีจากคุณหมอค่ะ

1. รักษาโดยใช้ครีมที่มี AHA ความเข้มข้นไม่เกิน 5-10% จะช่วยลอกชั้นผิวขี้ไคล และเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว หากใช้ครีมที่มี AHA เข้มข้นสูงจะทำให้ผิวไวต่อแสง เกิดรอยแดงหรือรอยไหม้ได้ค่ะ

2. ลดการสร้างเม็ดสีโดยใช้ครีมที่มีสาร active ingredients มีส่วนประกอบที่ช่วยลด การสร้างเม็ดสีและทำให้ฝ้าจางลง เช่น Vitamin C , Retinol, Arbutin (ชนิดสกัดจาก Bearberry), Licorice, Kojic acid ซึ่งสารแต่ละชนิดนี้จะมีความเข้มข้นกับปริมาณที่ควรใช้แตกต่างกันออกไปค่ะ

อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับไวท์เทนนิ่งเพิ่มเติม http://www.hertitude.com/whitening-daily-used/

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรซื้อครีมมารักษาเองเด็ดขาดเลยนะคะ เพราะครีมตามท้องตลาดมีส่วนผสมของไฮโดรควิโนน ซึ่งเป็นสารเคมีที่อันตรายมาก คุณอาจจะเป็นฝ้าถาวรหรือด่างขาว ทำให้รักษายากกว่าเดิม หากต้องการรักษาอย่างจริงจังแนะนำให้ปรึกษาคุณหมอดีกว่าค่ะ คุณหมอจะวิเคราะห์และเลือกวิธีการรักษาให้เรา เช่น กรณีที่รักษายากและอาจเกิดผลข้างเคียงได้ง่าย คุณหมอจะแนะนำการทำ Melaclear ซึ่งใช้ medical solution ช่วยยับยั้งตัวเร่งที่สร้างเม็ดสีบริเวณฝ้า ซึ่งได้ผลดีและมีผลข้างเคียงต่ำ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและให้ได้ผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุด ควรอยู่ภายใต้การดูแลของคุณหมอและอดทนกับระยะเวลาในการรักษาค่ะ

Melaclear รักษาฝ้า อย่างปลอดภัย กลับมาสวยใสอีกครั้ง สอบถามโทร 02-515-0625

ขอบคุณรูปจาก : เว็บไซต์ healthydefinition และ Pech Skincare